หลายๆคนมาถามลูกว่า “งานนี้จัดยากไหม จัดขบวนรถไฟเนี่ย” ลูกก็ขอตอบตามตรงแบบคนใต้ว่า “มันไม่ยากและก็ไม่ง่ายค่ะ” สำคัญว่าถ้าเราใจถึงหรือเปล่า แต่ที่สำคัญบุญต้องถึงด้วย เคล็ดลับของทีมงาน คือ เราต้องนึกถึงบุญ นึกถึงพระพุทธเจ้า นึกถึงมหาปูชนียาจารย์ ด้วยใจที่เราบอกว่าไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเงื่อนไข เหมือนที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อสอนลูกๆเสมอว่า “ความสำเร็จอยู่ที่ใจของเรา” ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเจ้าค่ะ
แม้โรงเรียนของเราจะเป็นเพียงจุดเล็กๆในสังคม แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของแสงสว่าง ที่พวกเราคณะครูและนักเรียนทุกคน กำลังช่วยกันขยายผลไปยังโรงเรียนต่างๆในจังหวัดศรีสะเกษ และโรงเรียนในเครือราชประชานุเคราะห์ทั่วประเทศค่ะ และก็จะตั้งใจทำโครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลกนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้เป็นความดีที่ยั่งยืนค่ะ
จากการทำหน้าที่ในหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้ลูกซาบซึ้งเลยค่ะว่า หนทางของผู้บุกเบิก มิใช่โรยด้วยกลีบดอกไม้ แต่ผลที่เกิดกับใจ เมื่อเราทำงานสำเร็จ ความสุขที่ได้รับ มีค่ากว่ารางวัลใดๆในโลก การเดินทางในนามเจ้าหญิงมองโกล แม้นชื่ออาจดูโอ่อ่าอลังการ แต่ในสถานการณ์จริง ไม่ใช่ไปแบบเจ้าหญิงเลย การไปมองโกเลียและรัสเซีย ชีวิตจริงต้องลุยๆ กรรมกรดีๆนี่เองค่ะ
พระพุทธศาสนาในเชียงตุง เราจะไม่ทอดทิ้งกัน แม้ว่าจะมีความหลากหลายของเชื้อชาติ และเผ่าพันธุ์ แต่วัดคือศูนย์รวมจิตใจ ให้ชาวเชียงตุงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยไม่จำกัดว่า วัดนี้เป็นของใคร ส่วนใหญ่ชาวเชียงตุงจะมีวัดที่ไปบ่อยๆ หรือเป็นวัดที่บรรพบุรุษช่วยกันสร้าง แต่ประเพณีของเรา จะปลูกฝังให้ชาวเชียงตุงรักการทำบุญ และนิยมไปทำบุญกันหลายๆวัด จะเอาประเพณีเป็นตัวผลักดัน เรียกว่า สุข-ทุกข์ ก็ให้ไปวัด แม้ไม่มีอะไรมีแต่มือเปล่าก็มาวัดได้
ลอยกระทงนานาชาติและจุดประทีปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2558 ณ Sun Center หมู่บ้านตะวันธรรม คลองสอง ปทุมธานี
แรกๆท่านเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านกลัววิ่งหนี ไม่เข้าใจว่าท่านคือใคร เพราะไม่เคยเห็นพระมาก่อน บอกว่าพระเป็นผีชนิดหนึ่ง ท่านได้สั่งสอนชาวบ้านให้หันมานับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง จากเดิมที่นับถือผีไม่เข้าใจว่าพระคือใคร ปัจจุบันชาวบ้านมาช่วยกันสร้างศาลาวัด และเข้าวัดทุกวันครับ วันละ 2เวลา คือ เวลาเช้า...ตีสี่ถึงหกโมงเช้า เวลาเย็น ประมาณหกโมงเย็นถึงสองทุ่ม
ส่วนโครงงาน Peace for Africa ที่พวกเราจะร่วมกัน นั่งสมาธิ จุดประทีป และลอยโคมสันติภาพนั้น ทีมงานได้กำหนดแน่นอนแล้วว่า เป็น วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2551 โดยจะมีประชาชนทุกสีผิวจากทุกศาสนาและความเชื่อ มานั่งสมาธิร่วมกัน แผ่ขยาย Peace จากภายในออกไปสู่เพื่อนมนุษย์ทุกๆคน
มีอยู่รอบหนึ่ง ใจของผมเข้าไปสู่สภาวะพักผ่อนที่ลึกมาก และมากจนกระทั่งความรู้สึกของร่างกายหายไปโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ผมเห็น คือ แสงที่สว่างมาก เป็นแสงที่พุ่งออกมาจากศูนย์กลางกาย ซึ่งต่อมาความสว่างนี้เป็นทรงกลม เหมือนดวงจันทร์กลางท้องฟ้า ผมจึงเรียกดวงสว่างนี้ว่า My Moon (พระจันทร์ของฉัน)
ผมได้เห็นผู้คนล้นมาอยู่ในอาคารตลาด อบต.คลองสาม ด้านข้างอีกจำนวนมากเลยครับ ถึงแม้วันนี้ จะมีผู้คนมาร่วมงานเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ก็ดูสงบเรียบร้อย ศักดิ์สิทธิ์มากๆ งานนี้ได้รับความเมตตาจาก พระเดชพระคุณพระศรีปทุมเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์อีกด้วยครับ
งานในครั้งนี้ถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ เพราะทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้ล้วนแล้วแต่หันมาส่งยิ้ม แล้วบอกว่า “happy สุดๆเลย” ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่า จะมีงานดีๆแบบนี้เกิดขึ้นได้ที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพราะว่าเป็นจังหวัดเล็กๆ มีจำนวนประชากรไม่เท่าไหร่เอง แต่ไม่คิดว่าชาวพุทธจะมารวมตัวกันได้มากขนาดนี้มาก่อน “สุดยอดจริงๆ”